ทำความรู้จักกับพู่กันแบบต่างๆ ดีกว่า
dot

ราคาสินค้า
หมวดสินค้า
ยี่ห้อสินค้า

  [Help]
dot
dot
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
อีเมล:
รหัสผ่าน:
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
เครื่องเขียน
งานศิลปะและงานฝีมือ
เครื่องหมายข้าราชการ
กระดาษ
อุปกรณ์สำนักงาน
อุปกรณ์ DIY และ Scrapbook
อุปกรณ์กีฬา
Art & Craft for Kids
ธงชาติ/ธงสัญลักษณ์
เครื่องดนตรี
คอมพิวเตอร์และแล็ปท็อป
Lego
รับทำป้ายชื่อ
เครื่องมือช่าง,อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน
ของเล่นเสริมพัฒนาการ


เพิ่มเพื่อน


ทำความรู้จักกับพู่กันแบบต่างๆ ดีกว่า

สังซื้อพู่กันราคาถูกสุดๆ ด่วนจำนวนจำกัด ได้ที่https://www.debavalya.co.th/งานศิลปะและงานฝีมือ/แปรงและพู่กันวาดภาพ 

พู่กัน (Brush)

พู่กันเป็นอุปกรณ์ที่มีส่วนช่วยให้งานศิลปะ ได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่ การเลือกพู่กันที่ดี ที่ถูกต้องเหมาะสมกับสีจะทำให้สามารถสนองตอบความรู้สึก อารมณ์ ของศิลปิน พู่กันแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะตัวซึ่งพู่กันที่ดี (Raphael และ Pyramid ) จะได้รับความพิถีพิถันในการเลือกขนเพื่อมาทำพู่กัน ให้เหมาะสมกับพู่กันแต่ละประเภท

 พู่กันสีน้ำ

พู่กันสีน้ำที่ดีควรมีลักษณะขนที่อ่อนนุ่ม สามารถอุ้มน้ำ อุ้มสี ได้มาก มีการคืนตัวที่ดี มีแรงสปริง และแรงดีดพอสมควร ทำจากขนสัตว์ ขนสัตว์ สำหรับสีน้ำ

                ขนนก Petit Gris เป็นขนที่ดีที่สุดในการทำนำมาทำพู่กัน มีคุณสมบัติที่ไม่ดูดซับสีมากเกินไป เนื้อขนที่ละเอียด อ่อนนุ่มและพลิ้วไหว โปร่งเบา ลักษณะขนสีน้ำตาล Kazan,สีน้ำเงิน,สีทอง ได้รับการเลือกมาทำพู่กันมากที่สุด

                ขน Red Sable มีลักษณะขนสีทองอมน้ำตาลแดง มีคุณสมบัติพิเศษในการอุ้มสีได้ดีเยี่ยม และมีการตอบสนองที่ไม่สามารถหาที่เปรียบได้ มีความสามารถในการคืนตัว และความยึดหยุ่น มีความหนาของขนทำให้มีคุณสมบัติในการดีดตัว ขน Kolinsky และ Red Sable เป็นขนที่มาจากแถบไซบีเรีย จึงมีคุณสมบัติในการขยายตัวซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ และ “ในปัจจุบัน Raphael เป็นพู่กันเพียงยี่ห้อเดียวที่ใช้ขน Kolinsky มาผลิตพู่กัน”

                ขนกระรอก เป็นขนที่มีลักษณะขนไม่อ่อนนุ่มมากนัก แต่ก็สามารถอุ้มสี และอุ้มน้ำได้ดี

                ขนกระต่าย เป็นขนที่มีลักษณะอ่อนนุ่มมาก สามารถอุ้มน้ำ และอุ้มสีได้มาก

                ขน Pony เป็นขนที่มีลักษณะไม่อ่อนนุ่มมาก แต่สามารถอุ้มน้ำ และอุ้มสีได้มาก

                 ขน Synthetic สำหรับ สีน้ำ ขน Synthetic เป็นขนที่มีความอ่อนนุ่ม และมีความยึดหยุ่นดี ถึงแม้จะไม่สามารถดูดซับสี และน้ำได้ดีเท่ากับขนจากธรรมชาติ แต่ก็เลียนแบบในด้านรูปทรงได้ใกล้เคียงที่สุด มีข้อดี คือ ด้านความคงทน และอายุการใช้งานที่ยาวนานมากกว่าขนจากธรรมชาติ โดยเฉพาะขนสีทอง และ Raphael ก็เป็นยี่ห้อเดียวที่ผลิตพู่กันโดยใช้ขน Synthetic

พู่กันสีน้ำมัน 

พู่กันสีน้ำมันทีดีควรมีลักษณะขนพู่กันที่แข็ง เพราะต้องสามารถรองรับ และทนต่อความหนา ความหนักของสีและมีเดียมต่างๆของสีน้ำมันได้ พร้อมทั้งต้องมีแรงสปริงตัว คืนกลับเข้าที่เดิมได้ดี ทำจากขนสัตว์ ขนหมู ( Hog Bristles ) มีลักษณะขนที่แข็งเป็นเส้น ปลายขนจะแยกเป็นแฉก สามารถรองรับน้ำหนักของสี และ มีเดียม และมีแรงสปริงคืนตัวได้ดี ขนสังเคราะห์ สำหรับงานสีน้ำ และสีอคริลิค

ขน Synthetic เป็นขนสังเคราะห์ที่มีปลายขนสีเข้ม และแหลม เป็นใยสังเคราะห์ที่ดีที่สุด มีความยึดหยุ่นสูง, มีความคงทน มีแรงสปริงตัวที่ดี และอ่อนพริ้ว

                ขนไนลอน หรือขนสังเคราะห์ 3 ชนิด เป็นขนที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว คือสามารถอุ้มสีได้มาก และมีแรงสปริงตัวกลับคืนสูง “Pyramid เป็นพู่กันที่ผลิตโดยใช้ขนสังเคราะห์ 3 ประเภทในการผลิตพู่กัน 1 ด้าม”

                ขน Golden Taklon เป็นขนสังเคราะห์พิเศษ ขนมีสีทอง สามารถอุ้มสี และอุ้มน้ำได้มาก มีความยึดหยุ่นสูง ความแข็งแรงของขนทำให้สามารถรองรับน้ำหนักของสีได้ดี “Pyramid เป็นยี่ห้อเดียวที่ผลิตพู่กันจากขน Golden Taklon ในการผลิตพู่กัน”

การดูแลรักษา ทำความสะอาดพู่กัน

การดูแลพู่กันอย่างดีก็จะทำให้พู่กันมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ควรทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากระบายสีเสร็จ อย่าใส่พู่กันลงในภาชนะใส่น้ำในลักษณะเอาขนพู่กันแช่ลงไป เพราะจะทำให้ขนพู่กันเสียรูปทรง ล้างพู่กันให้สะอาดเมื่อเลิกใช้ในแต่ละวัน

 

วิธีทำความสะอาดพู่กันสีน้ำและสีอคริลิค

1. ล้างพู่กันด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำอุ่น

2. ล้างด้วยสบู่เหลวอีกครั้ง

3. ล้างสบู่ออกด้วยการล้างกับน้ำก๊อกเปิดไหลอ่อนๆ โดยขยี้เบาๆในฝ่ามือ

4. จัดขนพู่กันให้เรียบร้อย เช็ดด้ามให้แห้งแล้ววางไว้บนผ้านุ่มๆ

5. เก็บพู่กันโดยเอาด้ามพู่กันลง

 

วิธีทำความสะอาดพู่กันสีน้ำมัน

1. ใช้ผ้าเช็ดสีที่เหลือค้างที่ขนพู่กัน

2. ล้างพู่กันด้วยน้ำมัน Turpentine

3. ล้างด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง แล้วล้างด้วยสบู่เหลว จนหมดคราบสี

4. ล้างสบู่ออกด้วยการล้างกับน้ำก๊อกเปิดไหลอ่อนๆโดยขยี้เบาๆในฝ่ามือ

5. จัดขนพู่กันให้เรียบร้อย เช็ดด้ามให้แห้งแล้ววางไว้บนผ้านุ่มๆ

6. เก็บพู่กันโดยเอาด้ามพู่กันลง

 

พู่กันสีน้ำนั้นมีผลต่อการลงสีภาพอย่างมาก เนื่องจากความใสของสีน้ำ ไม่ใช่แบบสีน้ำมันที่ลงสีผิดก็ทาทับได้ตลอด ถ้าพู่กันเสียรูปทรงไปบ้างก็ไม่มีผลอะไร ตรงกันข้าม ถ้าใช้พู่กันที่ไม่ดี งานสีน้ำก็จะออกมาไม่สวย และงานสีน้ำก็มีความอ่อนไหว และกระดาษหรือสีที่ดีก็ไม่สามารถเซฟงานเอาไว้ได้ถ้าใช้หัวพู่กันที่พู่กันที่ไม่ได้รูปหรือเสียแล้วได้ วิธีนี้รวมไปถึงการจับพู่กันกลมเอียง 45 องศากับพื้นผิวที่เราทำงานอยู่ และค่อยๆหมุนแปรงช้าๆโดยที่หัวพู่กันจรดอยู่ที่พื้นกระดาษและวาดเส้นให้ออกมาสม่ำเสมอ ซึ่งสำหรับบางคนฝึกเทคนิคมานานมาก ทั้งที่จริงๆแล้วการที่มีหัวพู่กันดีๆ จับตั้งฉากกับพื้นผิว สามารถทำเทคนิคนี้ได้ง่ายๆ

มีความแตกต่างในหัวพู่กันสีน้ำ นอกเหนือไปจากคุณภาพและแบรนด์บนด้ามจับพู่กัน ซึ่งหัวพู่กันที่มีรูปร่างต่างกันจะให้สไตล์ที่แตกต่างกันไปด้วย พู่กันหัวกลมดูธรรมดามากๆสำหรับการลงสีน้ำและมีขายทั่วไป อย่างเช่น หัวพู่กันกลมสไตล์อังกฤษ แม้ว่าสไตล์อังกฤษจะไม่เป็นที่นิยมเท่าสไตล์ของอเมริกาเหนือ คนที่ลงรายละเอียดมากๆหรือวาดเส้นต่างก็ต้องการหัวพู่กันที่แตกต่างกัน ถ้าเรามีข้อมูลที่ดี เราสามารถเลือกชุดของหัวพู่กันที่เหมาะสมกับตัวเองได้

การทดสอบก่อนการใช้งานจริงสำคัญมากเมื่อซื้อมาแล้ว เราควรทดสอบหรืออย่างน้อยก็สำรวจหัวพู่กันให้ดีก่อนจะซื้อมา ด้วยวิธีการต่อไปนี้

เช็คความเป็นเนื้อเดียวกันของพู่กัน
พู่กันหลายๆแปรงมีแป้งอยู่ตรงหัวพู่กันเพื่อป้องกันการแตกของขนพู่กันก่อนใช้ โดยเราจะต้องเอาแป้งบนหัวพู่กันออกก่อนเพื่อเช็คสภาพความเป็นเนื้อเดียวกันของขนพู่กัน โดยการรูดแป้งออกโดยให้หัวพู่กันอยู่ระหว่างนิ้วสองนิ้ว หลังจากทำแล้วเราสามารถจะรีดหัวพู่กันโดยการกดเบาๆใกล้กับปลอกของพู่กันให้แผ่ออกเพื่อที่จะตรวจสอบ ให้ดูที่ความสม่ำเสมอในความยาวและไม่มีขนพู่กันที่ชี้ออกมาคนละทิศทางกับทิศของหัวพู่กัน และหัวพู่กันก็ไม่ควรถูกเล็มหรือตัดโดยเด็ดขาด

เช็คความเต็มของขนพู่กัน
หัวพู่กันนั้นควรจะแน่นและรู้สึกเต็มเมื่ออัดอยู่ด้วยกันตรงบริเวณปลอกพู่กัน(ferrule) หัวพู่กันที่มีขนน้อยกว่าจะอัดกันหลวมๆเพื่อที่จะทำให้พู่กันดูเต็ม พู่กันเหล่านี้ให้ความรู้สึกว่ามันกลวงๆ และอัดเข้ากันง่ายๆเมื่อเอามือบีบ เมื่อหัวพู่กันที่อัดแน่นจนเต็มจะลู่ไปด้านใดด้านหนึ่ง ใกล้กับปลอกพู่กัน ไม่ควรมีช่องว่างระหว่างหัวปลอกพู่กันกับขนพู่กัน

Brush-Construction-96

เช็คปลายหัว
ในการที่จะเช็คตรงนี้นั้น เราต้องทำให้พู่กันเปียกก่อน ไม่ใช้แค่จุ่มน้ำแล้วสะบัดๆเท่านั้น หัวเซเบิล(sable)หรือ sable like นั้นหัวพู่กันจะรวมเป็นปลายแหลม เมื่อสะบัดน้ำออกจากหัวพู่กัน พู่กันที่เล็ก ขนนุ่มอย่างขนกระรอกจะปลายแหลมและคมเหมือนกับ sable แต่อันที่ใหญ่กว่าต้องอาศัยการจัดรูปทรงเพื่อให้มีปลายแหลม

เช็คการสปริงของหัวพู่กัน
การสปริงตัวของพู่กันคือการที่พู่กันสามารถกลับไปสู่รูปทรงเดิมได้หลังจากการใช้งาน วิธีหนึ่งที่จะทดสอบการสปริงตัวของพู่กัน sable ที่แห้งแล้วคือการนำพู่กันไปไว้ใกล้ๆกับหูของเรา บิดขนพู่กันและปล่อยอย่างรวดเร็ว คุณจะเห็นว่าขนพู่กันมีการกลับไปที่รูปทรงเดิม ส่วนการทดสอบพู่กันเปียก จัดปลายให้แหลมและจรดไปบนกระดาษในมุมฉาก และวาดเส้นบางๆและทำให้หนาขึ้นโดยการกดพู่กันลงไป เมื่อกดพู่กันลงไปได้ประมาณครึ่งนึงของขนพู่กัน ให้จบปลายเส้นไว้ตรงนั้น เส้นที่ได้จะคล้ายภาคตัดขวางของกงจักร และองศาที่พู่กันสปริงตัวกลับไปสู่รูปร่างเติมจะเป็นตัววัดการสปริงตัวของพู่กัน

ขนโคลินสกี้นั้นไม่เพียงแต่จะกลับไปสู่รูปร่างเดิมได้แล้ว ยังผ่านการทดสอบนี้แบบง่ายๆอีกด้วยและสามารถทำซ้ำๆได้ ส่วนขนกระรอกจะทำแบบทดสอบนี้ได้ดีเฉพาะตอนที่ขนพู่กันถูกกดลงไป 1 ใน 4 และจะไม่สปริงตัวกลับเมื่อกดลงไปสุดพู่กัน (ซึ่งลักษณะนี้ถือว่าดีในแปรงขนกระรอก แต่จะเสียเปรียบเมื่อเป็น sable เนื่องจากขนสัตว์เหล่านี้ใช้งานแตกต่างกัน)

Watercolor-Brushes-96

 

Hair-assembly-96

พู่กันกลมมาตรฐาน
พู่กันกลมนั้นใช้ในงานสีน้ำทั่วไป ในขณะนี้พู่กันหัวกลมที่นิยมที่สุดก็คือ Winsor&Newton series 7 ซึ่งชื่อนี้มาจากการที่ราชินีวิคตอเรียจ้าง Winsor&Newton ให้สร้างหัวพู่กันในขนาดที่เธอชอบ ซึ่งนั่นคือเบอร์ 7 ซึ่งแปรงอันนี้ของราชินีทำมาจากขน Kolinsky ปลอกเป็นเงิน และด้ามเป็นงาช้าง

ถึงแม้ว่าพู่กันลักษณะเดียวกันกับของราชินีไม่มีแล้ว แต่ชื่อเสียงของพู่กัน Winsor &newton series 7 ขน Kolinsky ยังมีอยู่ นอกเหนือจากนี้ก็มีหัวพู่กันจากโรงงานทางเยอรมันชื่อว่า Davinci ที่ส่งออกภายใต้ชื่อ Cosmos และ Realite’ โซเวียตนั้นห้ามส่งออกขน Siberian Kolinsky ที่ดีที่สุดส่งผลให้ถูกเปลี่ยนเป็น Kolinsky ของ Asian แทน โดย Davinci บอกว่าขนของพู่กันสีน้ำที่ดีที่สุดมาจาก Siberian Kolinsky ตัวผู้ 100% ปลอกพู่กันทำจากทอง ขนาดของหัวพู่กัน davinci นั้นทำตามรูปแบบของอังกฤษ ส่วนGrumbacher อ้างว่าหัวพู่กันสีน้ำที่ดีที่สุดใช้ขน Siberian Kolinsky ที่มีการตุนเอาไว้ก่อนที่จะถูกห้ามส่งออก

พู่กัน series7 ได้ครองตลาดในอเมริกาเพราะว่าคุณภาพดีและมีขนาดใหญ่ให้เลือกซึ่งขนาดที่จำเป็นใช้ได้แก่เบอร์ 12 และ 14 ที่หายาก และค่อนข้างยาว ระหว่าง 1นิ้วครึ่งและ 2 นิ้ว (เพื่อที่จะรักษาการสปริงตัวให้สูงสุดโดยการอัดขนพู่กันส่วนโคนให้ครึ่งนึงของพู่กันฝังอยู่ในปลอกพู่กัน) Winsor&newton อ้างว่าต้องการขนส่วนหางถึง 600 หางในพู่กันขนาด 12 นิ้ว,และใช้หางกว่าพันหางในขนาด 14 ในการที่จะคัดขนคุณภาพและความยาวเหมาะสมที่จะสร้างพู่กันเหล่านี้ซักโหลนึง

การที่หาขนยาวๆนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ทำให้ราคาของหัวพู่กันอันใหญ่จึงสูงมาก จึงทำให้มีการเปิดกว้างไปสู่แบรนด์อื่นและชนิดของหัวพู่กันประเภทอื่นๆ หลายๆคนก็ไปมอง Raphael ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของบริษัท Max Sauer,โรงงานผลิตพู่กันของตะวันตก โดยขาวอเมริกันนั้นยังไม่ปรับตัวไปใช้ขนาดหัวพู่กันที่แตกต่างกันระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษ บริษัทหัวพู่กันในอังกฤษถึงแม้ว่าจะไม่เก่าแก่เท่าของฝรั่งเศส พู่กันของฝรั่งเศสนั้นมีชื่อเสียงเรื่องราคาย่อมเยาว์ในขนาดที่ใหญ่กว่า และใช้ขนสั้นกว่า ซึ่งดูแล้วราคาสมน้ำสมเนื้อถ้าหากเราทุนน้อย

ทั้งพู่กันอังกฤษและฝรั่งเศสมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่าๆกัน แต่หัวพู่กันของฝรั่งเศสนั้นมีขนที่ยาวกว่า โดยเฉพาะในขนาด 000ถึง 1 หลังจากเบอร์ 7 ก็ไม่มีการเพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและความยาวเท่ากับพู่กันอังกฤษ ยกตัวอย่างเช่นเบอร์ 12 ในฝรั่งเศส จะเท่ากับประมาณเบอร์ 10 ของอังกฤษ นอกจากนี้พู่กันยังรูปร่างและรูปทรงต่างกันเล็กน้อย บริษัทอย่าง Winsor&newton,Realite,Raphael ยังคงผลิตอยู่ท่ามกลางหัวพู่กันที่ดีที่สุดที่หาได้ในปัจจุบัน เวลาซื้อพู่กันWinsor&newton สิ่งที่ควรจะดูคือ “ผลิตในอังกฤษ” หรือ made in england ที่ปั๊มอยู่บนด้ามพู่กัน

Kolinsky

kolinsky sable

โรงงานน้อยแห่งที่ใช้ขน Siberian kolinsky ที่สังเกตได้จากขนที่มีสีเหลืองสว่าง-แดง พบได้โดยทั่วไปในตลาดที่มีเฉดกว้างตั้งแต่อ่อนไปยังแก่จนเป็นสีน้ำตาลอมแดงกลาง พู่กันจีนของ sable ได้ใช้ขน sable เกรดต่ำกว่า สัญลักษณ์ของพู่กันที่ดีคือหัวเป็นสีเข้มและสว่างในบริเวณใกล้กับปลอก สิ่งบ่งชี้ว่าหัวพู่กันจะคุณภาพดีไหมก็คือพู่กันสามารถใช้งานในการเพนท์ได้ดีหรือไม่ เพราะฉะนั้นก่อนซื้อควรทำการทดสอบพู่กันก่อน

Red Sable

rafael_red_sable_xlg
ตัวแบ่งระหว่างขน sable แดงที่ดีกับขน Kolinsky เกรดรองนี้แบ่งได้ยากมาก ผู้ใช้งานเริ่มต้นอาจจะไม่สามารถแยกแยะได้ อย่างไรก็ดีในตลาดมักจะไม่มีความชัดเจนระหว่างขน sable แดงทั้วไปและขนKolinsky ทั่วไป ไม่ว่าขน Sable แดงจะดีหรือไม่นั้น ปลายหัวต้องลู่เรียวแหลมได้ง่าย แต่ทั้งๆที่ลดการสปริงตัวแล้วก็ยังสามารถกลับไปสู่รูปทรงเดิมได้ง่าย ขน Sableที่ใช้ทำพู่กันมักจะมีสีค่อนข้างเข้ม

Sable หรือ brown sable
ขน Sable ทำมาจากสัตว์ชนิดหนึ่งคล้ายพังพอน สามารถหาได้ทั่วไปในขณะที่ขน sable แดงนั้นราคาสูงขึ้น และเริ่มจะหายาก พู่กันชนิดนี้อย่างดีเหมาะกับผู้ฝึกหัดหรือว่านักเรียน

Nylon

nylon_brush
sable สีขาวหรือว่าสีทอง ที่เอา Nylon มาทำราคาย่อมเยาว์กว่าและทำให้งานเสร็จเหมือนกัน หัวแปรงที่ทำมาจากใยสังเคราะห์นี้ ปลายก็เรียวแหลมเช่นกัน แต่จะดูแลรักษายากโดยเฉพาะขนาดใหญ่ ถึงแม้พู่กันสามารถสปริงตัวได้ดี จนดูเหมือนว่าจะดีเกินไป ก็ยังมีขน Sable ที่ไม่แพงแต่เทียบกับ Nylon แล้วก็ยังแพงกว่า ถึงอย่างนั้นปลายพู่กันไม่ค่อยแหลมและแทบไม่มีการสปริงตัวของพู่กันเลย ซึ่งการที่ปลายแหลมและสปริงตัวได้ดี เป็นคุณสมบัติที่ควรพิจารณาก่อนว่าพู่กันสามารถอุ้มน้ำได้ดีหรือไม่ ซึ่งสิ่งนี้พู่กัน Nylon จะเสียเปรียบ เนื่องจากพู่กัน Nylon ไม่อุ้มน้ำ และน้ำมักจะไหลออกจากปลายพู่กันรวดเร็วมากเมื่อจรดลงไปบนกระดาษ ที่พื้นผิวอุ้มน้ำได้ดีกว่าอย่างกระดาษเขียนสีน้ำ

การพยายามพัฒนาพู่กันขนสังเคราะห์เพื่อที่จะทำให้พู่กันอุ้มน้ำได้ดีขึ้นเจอกับขีดจำกัด
การทำภาพพิมพ์หรือเคลือบผิวหน้าด้วยเส้นใย Nylon นั้นจะเป็นการลดแรงตึงผิว(ที่ส่งผลต่อการไหลของสี)และทำให้สีไหลได้ช้าขึ้น ทั้งนี้คุณสมบัติการอุ้มน้ำของพู่กันไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดนัก พู่กันขนสังเคราะห์จึงไม่สามารถอุ้มน้ำได้ดีเท่าเส้นขนสัตว์ธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการเพนท์ในพื้นที่ใหญ่ๆจึงถูกจำกัดด้วยคุณภาพของพู่กัน ส่วนมากเราต้องระบายย้ำที่เดิมประมาณ 4-5 ครั้งเทียบกับพู่กันขนสัตว์ที่อุ้มน้ำได้ดีและสามารถเพนท์บริเวณกว้างๆได้โดยไม่มีปัญหา

การพยายามที่จะพัฒนาพู่กันขนสังเคราะห์นั้นมีเรื่อยๆ บริษัทที่โดดเด่นด้านนี้ได้แก่ ProArte ที่พยายามจะใช้ Nylon รุ่นที่ 3 ชื่อว่า Prolene แรงตึงผิวของพู่กันนั้นมากกว่าพู่กัน Nylon ธรรมดา ซึ่งสังเกตได้ง่ายๆจากการทำพู่กันแบนให้เปียกโดยเอาไปจุ่มน้ำแล้วยกค้างไว้จนกว่าน้ำจะไหลลงมาหมด พู่กันสังเคราะห์ธรรมดาจะมีปลายพู่กันเป็นรูปซิกแซกหรือฟันปลา ส่วนพู่กันที่ทำจาก prolene จะไม่เป็นอย่างนั้น ซึ่งบ่งชี้ได้ว่าสีน้ำจะไหลได้ดีกว่าเมื่อใช้เส้นใยชนิดนี้ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัดเท่าไรในเรื่องของการอุ้มน้ำของพู่กันขนสังเคราะห์ ซึ่งราคาของพู่กันสังเคราะห์จาก prolene นั้น มีราคาสูงในเสปคเดียวกันเราสามารถหาพู่กันขน Sable แดงได้แค่เพิ่มเงินอีกนิดหน่อย

ใยของ nylon แตกต่างจากขนสัตว์ทั่วไปเนื่องจากมันจะม้วนตัวบริเวณปลายหัวได้ง่ายแทนที่จะลู่ลง ซึ่งถ้าขนพู่กันม้วนเราสามารถแก้ได้โดยล้างน้ำอุ่น ซึ่งการล้างน้ำอุ่นจะช่วยให้รูปร่างขนที่ม้วน บิดงอกลับไปเหมือนเดิม(ถ้าเป็นขนสัตว์ข้ามทำแบบนี้เด็ดขาด)

ส่วนผสมระหว่าง nylon กับเส้นขนธรรมชาติ
การเพิ่มขนธรรมชาติลงในเส้นไนลอนนั้นเสริมสมรรถภาพของพู่กันโดยทำให้ราคาไม่ขึ้นไปด้วย การรวมกันนี้ลดการสปริงตัวที่มากเกินไปของไนลอนและเพิ่มการอุ้มน้ำของพู่กัน ถึงแม้ว่าพู่กันลักษณะนั้นจะเทียบไม่ได้กับพู่กัน red sable ทั่วไปก็ตาม พู่กันแบบนี้ใช้ได้ดีพอสมควรและเป็นตัวเลือกที่รับได้เมื่อราคาเป็นปัจจัยแรกๆที่เราคำนึงถึง

หัวพู่กันชนิดนี้ผสมเส้นขนธรรมชาติลงไปประมาณ 10-15% ทำให้สมดุลย์กับเส้นขนสังเคราะห์ที่ใส่เข้าไป โรงงานบางโรงงานมีการโฆษณาบิดเบือน โดยที่กล่าวอ้างว่าพู่กันของตนประกอบด้วยเส้นขนธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ทั้งที่จริงๆแล้วไม่ใช่ ขนธรรมชาติสามารถแยกแยะออกได้จากขนสังเคราะห์จากการสำรวจอย่างละเอียดด้วยตาเปล่า ถึงแม้ว่าการใช้แว่นขยายจะสังเกตได้ดีกว่า มีการทดสอบระหว่างขน sable ที่เบลนด์กับขนสังเคราะห์ กับ ขนแกะว่าอะไรจะดีกว่ากัน ปรากฏว่าขนแกะที่ราคาถูกกว่าใช้งานได้ดีกว่า อุ้มน้ำได้ดีกว่าและสปริงตัวน้อยกว่าขน Sable ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ขนสังเคราะห์อย่างnylon ควรจะมี

ขนวัว(sableline)
Sableline หรือขนวัว มีการสปริงตัวที่ดีและไม่มีปลายแหลมเป็นจุดเนื่องจากลักษณะของขน ซึ่งแนะนำว่าควรจะใช้ขนNylon สังเคราะห์ปนขนสัตว์ธรรมชาติจะดีกว่าแปรงขนวัว

ขนกระรอก

squirrel_brush
พู่กันอย่างดีที่ทำจากขนกระรอกเทียบได้กับขน sable อย่างดี เวลาเพนท์แล้วจะได้ภาพที่มีลักษณะลื่นไหลและดูนุ่ม โดยที่ขนกระรอกนั้นมีการสปริงตัวน้อยกว่าและอุ้มน้ำได้ดีกว่าขน Sable มันเลยเป็นพู่กันที่ทำเทคนิคดังกล่าวได้ดี ขนกระรอกอาจจะไม่ใช่ตัวแทนของขน sable แต่มักจะใช้ร่วมกันมากกว่า พู่กันขนกระรอกควรจะมีขนาดเป็นสองเท่าจากขน Sable แดงที่ใช้มากกว่า พู่กันขนกระรอกขนาดใหญ่พิเศษเรียกว่า Mops ซึ่งอธิบายลักษณะและการใช้งานของมันตามชื่อดังกล่าว คือ พู่กันประเภทนี้จะอุ้มน้ำปริมาณมากๆและเป็นหัวพู่กันที่เพนท์ได้ดี

ขนพู่กันที่นุ่มอย่างนี้ควรที่จะทำให้เปียกอย่างทั่วถึงและแช่ในน้ำประมาณ 5-15นาทีก่อนการใช้งาน (ยิ่งหัวพู่กันใหญ่ยิ่งต้องใช้เวลานาน) เพื่อลดฟองอากาศและแรงตึงผิวจากพู่กัน ใช้พู่กันโดยการตั้งตรงหรือตั้งฉากกับพื้นผิวกระดาษจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการจับแบบดินสอ ยิ่งขนาดใหญ่มาก ขนกระรอกควรจะจัดตัวให้เป็นปลายแหลมที่พู่กันควรจะคงตัวลักษณะนั้นและไม่ใช้บริเวณโคนพู่กัน

designer round

designer_round
พู่กันกลมแบบดีไซน์เนอร์คล้ายคลึงกับแบบกลมขน Kolinsky ทั่วไปนอกจากปลายที่เรียวแหลมกว่า รูปร่างแบบพิเศษเหมาะกับฝีพู่กันที่แม่นยำและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเหมาะกับงานลายเส้นและงานวาดภาพประกอบทั่วไป พู่กันลักษณะนี้จึงค่อนข้างอเนกประสงค์ นักวาดภาพสีน้ำแนวกราฟฟิคและนักวาดภาพประกอบที่ต้องการรายละเอียดของภาพมากๆนอกเหนือไปจากภาพแนวกึ่งนามธรรม

Designer Quills

designer_quill
คล้ายกับพู่กันกลมยกเว้นรูปร่างบางกว่าและยาวกว่า ขนที่อยู่ในปลอกพู่กันทำจากก้านขนนกหรือพลาสติคแทน เหตุผลที่เป็นก้านขนนกเนื่องจากการป้องกันไม่ให้ขนเสียสภาพจากปลอกพู่กันที่เป็นเหล็ก ในการที่ใช้ปลอกแบบนี้ไม่สามารถใช้สารละลายที่แรงๆได้

พู่กันเหล่านี้ใช้ขน sable แดงหรือขน Kolinsky โดยสร้างขึ้นมาจากชั้นของเส้นขนสองถึงสามชั้นและเรียงตัวเป็นลำดับชั้น สามารถทำได้โดยนำกลุ่มขนสั้นๆที่มีความยาวเท่ากันและล้อมรอบโดยกลุ่มขนกลุ่มที่สองของขนที่ยาวกว่าและยาวเท่าๆกัน และทำซ้ำโดยทำกลุ่มที่สามของขนที่ยาวกว่าอีก ซึ่งหัวพู่กันที่สร้างขึ้นมานี้สามารถอุ้มน้ำได้ขนเกือบถึงส่วนปลอกเพราะฉะนั้นปลายจึงแหลมเป็นพิเศษ

หัวพู่กันชนิดนี้มีชื่อในเรื่องของความแหลม,การสปริงตัว,และการตอบสนองอย่างรวดเร็วของพู่กัน ซึ่งไม่อาจจะเทียบกับหัวพู่กันชนิดอื่นๆได้ พู่กันชนิดนี้จะสุดยอดมากในงานวาดภาพประกอบ,งานลายเส้น และใช้กับสี Tempera

Script brush

script_brush

 

หัวพู่กันชนิดนี้มีขนยาวที่สุดของพู่กันกลมทั้งหมด หัวพู่กัน Script นั้นเหมาะกับการเขียนตัวอักษร หัวพู่กันจึงแหลมและไม่ใช่เป็นหัวแบบตัด หมวดหมู่ของพู่กันชนิดนี้ส่วนมากจะใช้ขนหลายๆชนิด โดยปลอกมักจะเป็นเหล็กหรือก้านขนนก ใช้การทำงานพาณิชย์ศิลป์พวกเขียนตัวอักษรต่างๆได้ดี โดยที่ความนิยมในหัวพู่กันชนิดนี้เสื่อมลงไปเมื่อมีการสร้างตัวอักษรและป้ายโดยเทคนิคแบบอื่นๆไปแล้ว อย่างไรก็ตามพู่กันนิดนี้สามารถสร้างเอฟเฟคพิเศษให้กับงานสีน้ำของเราได้ รวมไปถึงงานลายเส้น และงานวาดภาพประกอบ

หัวพู่กันแบบ Script มักจะใช้ขน Sable แต่ก็มีการผลิตโดยใช้ขนกระรอกและขนวัวด้วยเช่นกัน ขนพู่กันที่ยาวมากๆมักจะไม่สปริงตัวเท่าไร เนื่องจาก โคนพู่กันเผยเหนือปลอกพู่กันทำให้ความยาวอยู่ในขั้นที่ใช้งานได้ ความยาวมากๆนั้นทำให้นักวาดที่มีทักษะสามารถวาดเส้นยาวๆสม่ำเสมอกันโดยไม่หยุดเหมือนกับการใช้พู่กันกลมทั่วๆไป

Spotter Brush

spotter_brush
พู่กันชนิดนี้มักจะใช้กับการจุดๆสีที่เหลว คนส่วนมากเข้าใจผิดว่า Spotter คือพู่กันขนาดเล็กพิเศษที่มีปลายยาวและแคบ ซึ่งแปรงดังกล่าวจะให้เส้นประเล็กๆไม่ใช่จุด
Spotter ที่แท้จริงคือขน Sable ที่สั้น หรือ หัวพู่กัน Kolinsky ที่สั้นเรียวจนเป็นจุดแหลม ถึงแม้ว่า Spotter จะผลิตออกมาโดยมีขนาดเล็กมาก ขนาด 10 และ 12 นิ้วเป็นประโยชน์ไม่ใช่แค่นักออกแบบกราฟฟิคเท่านั้น แต่เหมาะกับนักวาดภาพสีน้ำที่ต้องการจะลงสีในบริเวณที่แคบมากๆในสโตรกเดียวมากกว่าสโตรกหลายๆสโตรกที่ซ้อนกันเมื่อใช้พู่กันกลมทั่วไป

Lettering brush
lettering_brush

หัวพู่กันชนิดนี้ประกอบไปด้วย Rigger,Lettering quill,และ onestroke Rigger และ Lettering Quills คือพู่กันหัวกลมที่มีปลายตัดมากกว่าจะเป็นปลายจุดแหลม ส่วน onestroke นี่เหมือนกับพู่กันแบนทั่วๆไป แต่ขนยาวกว่า ซึ่งส่วนมากพู่กันลักษณะนี้จะใช้เขียนตัวอักษรแต่คนส่วนมากมักจะใช้เล่นเอฟเฟคพิเศษ

Rigger

rigger
Rigger นั้นเหมือนกับหัว Script ที่หัวเป็นลักษณะปลายตัด ซึ่งปลายของพู่กันถูกจัดรูปมาไม่ใช่เกิดจากการตัดปลายขนเอา ซึ่งแต่ละโรงงานก็ทำเบอร์มาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าทำจากโรงงานไหน เพราะว่าไม่มีมาตรฐานแน่นอนสำหรับพู่กันชนิดนี้

Lettering quills
mack_lettering_quill_179
พู่กันชนิดนี้ใกล้เคียงกับ Rigger นอกจากว่าปลอกพู่กันทำจากก้านขนนกแทนที่ปลอกเหล็ก มีให้เลือกทั้งขนกระรอก,Nylon,หรือวัว รวมไปถึง Sable ขนกระรอกนั้นสปริงตัวน้อยที่สุดและมีความยาวกว่า ใช้ได้กับสีน้ำที่ผสมสารเคลือบเยอะๆ Sable, ขนวัว,Nylon มีการสปริงตัวที่ดีกว่าและควบคุมง่ายกว่าใช้ได้ดีกับสีน้ำที่เหลวๆ

พู่กันแบน

flat_watercolor_brush
พู่กันแบนนั้นใช้ลงสีพื้นที่ใหญ่ๆ (wash)ใช้ในการวาดขอบหรือมุมของสิ่งก่อสร้างและรูปทรงเรขาคณิตและพื้นที่ใหญ่มาก เบอร์ที่ใช้กันมากที่สุดนั้นคือ 1/4,1/2,3/4 และ 1 นิ้ว หัวพู่กันแบนมักจะมีด้ามที่สั้นกว่า แต่ด้วยทางเลือกที่หลากหลาย มีด้ามพลาสติคปลายตัดและ Grumbacher คือโรงงานแรกที่ทำพู่กันลักษณะนี้ ซึ่งปลายด้ามสามารถนำมาเล่นเอฟเฟคพิเศษได้ โดยพู่กันปลายตัดนั้นมักใช้ขนที่สปริงตัวได้ดีกว่าเช่น Sable,ขนวัว,Nylon หรือ Nylonแบบผสม

พู่กันขน Sable แบน

flat_watercolor_sable
พู่กันขน sable แบนนั้นมักจะหาได้ยากมากแล้วเนื่องจากราคาที่สูง และโรงงานที่ผลิตมักจะไม่ชอบผลิตสิ่งของที่ขายยากหรือขายได้ช้า พู่กันขน sable ต้องใช้ขนเยอะประมาณหนึ่งในการทำพู่กันขนาด 1 นิ้วทั่วไป และราคาอยู่ที่ประมาณ 60-100 เหรียญสหรัฐ คนส่วนมากเลยไม่อยากซื้อพู่กันที่ได้ใช้ไม่ค่อยมากหรือความถี่ในการใช้งานน้อยและเทียบกับราคาทีแพง แต่สำหรับคนที่วาดโดยใช้พู่กันแบนก็พอจะมีข้อได้เปรียบอยู่บ้าง

เพราะว่าขนพู่กันมีการสปริงตัวที่ดี อุ้มน้ำได้ดี พู่กันsable แบน ทำให้เกิดมุมแคบๆได้จากปลายหัว ซึ่งสามารถเห็นได้จากการทำให้หัวพู่กันเปียกและสะบัดน้ำออก หลังจากนั้นหมุนแปรงไปด้านข้าง เมื่อคุณดูที่มุมหัวพู่กัน รูปร่างจะคล้ายกับภาพตัดขวางของปีกเครื่องบิน ขนที่อยู่ใกล้ๆกับบริเวณปลอกพู่กันจะอัดตัวกันแน่น บริเวณตัวพู่กันนั้นจะเป็นบริเวณที่หนาที่สุด ส่วนหัวนั้นมุมจะคมเหมือนมีดโกน ซึ่งขอบที่มีเอกลักษณ์เด่นนั้นจะใช้ได้สองวิธี ได้แก่ใช้ด้านแบนของพู่กันในการที่จะระบายครอบคลุมพื้นที่ใหญ่ๆ ส่วนวิธีที่สองคือการใช้มุมของพู่กันในการจะเพนท์เส้นเล็กๆ และมุมแคบมากกว่าจะเป็นขอบแบนๆ การเพนท์เส้นตรงด้วยพู่กันแบนนี้จะง่ายกว่าการใช้พู่กันกลมมาก

พู่กัน sable แบนที่แย่ๆหรืออันที่โดนตัดปลายหัวเนื่องจากการผลิตที่ไม่มีคุณภาพ จะไม่มีขอบที่คม คุณสามารถสังเกตได้ตอนที่หัวแปรงยังแห้งอยู่ โดยดูที่ความยาวของเส้นขน ดูที่ปลายหัวที่ชี้มาทางคุณ ถ้าหัวพู่กันถูกตัดไปจะมีขนสองสี ลองทำให้พู่กันเปียกและทดสอบดูว่ามันให้เส้นที่คมหรือไม่

พู่กันขนวัวแบน
ขนวัว(sableline) มีการสปริงตัวแต่ไม่มีปลายแหลมเป็นจุด พู่กันแบนที่ทำจากขนวัวเหมือนที่ทำจากขน sable เมื่อใช้กับพื้นที่ใหญ่ๆหรือมีปริมาณมากๆ แต่ขนวัวนั้นจะไม่มีขอบคมที่สามารถวาดเส้นตรงได้

พู่กัน Nylon แบน

flat_nylon_brush
Nylon สปริงตัวดีเมื่อทำเป็นพู่กันแบน มีขอบคมในการวาดเส้นยาวๆแต่ Nylon ไม่อุ้มน้ำ จึงไม่สามารถทำเทคนิคที่ใช้พู่กันขนธรรมชาติทำได้อย่างเช่น การลงสีช้าๆและใช้พู่กันแห้งปาดขึ้นไปบริเวณที่สียังเปียกอยู่ ซึ่ง nylon ที่ไม่อุ้มน้ำทำเทคนิคนี้ได้ยาก

พู่กันผสมขน nylon และขนสัตว์ธรรมชาติ
พู่กันแบบผสมนั้นราคาจะถูกกว่า และสามารถใช้แทนที่ขน sable ได้ แนะนำขน nylon ผสมขนแกะซัก 10% หรือมากกว่านั้น

พู่กันแบนขนแกะหรือแพะ
ขนแกะหรือแพะอุ้มน้ำได้ดี แต่ไม่มีการสปริงตัว ส่วนมากพู่กันพวกนี้ใช้ระบายสีพื้นที่ใหญ่ๆแต่ไม่เหมาะกับการเรนเดอร์หรือระบายส่วนที่ละเอียด

พู่กันแบนขนกระรอก

flat_squirrel_brush
พู่กันขนกระรอก คล้ายขนแกะ ไม่ค่อยสปริงตัว แต่อุ้มน้ำได้ดี คุณภาพของขนกระรอกชั้นดี เช่น Kazan ให้คุณภาพที่ดีกว่าและนุ่มกว่าขนแกะ เพราะฉะนั้นจึงใช้บริเวณที่ละเอียดๆกว่าได้

พู่กันสีน้ำทรงรี
oval_watercolor_brush

พู่กันทรงรีนั้นคล้ายๆกับพู่กันกลมกับแบนผสมกัน ส่วนมากทำจากขนกระรอก โดยพู่กันที่ดีที่สุดคือขนกระรอก Kazan สไตล์ของพู่กันแบบนี้สร้างมาให้ใช้กับการลงสีอย่างต่อเนื่อง ถ้าคุณระบายสีด้วยพู่กันแบน ขอบของการเพนท์จะตรงและสร้างขอบที่แข็ง ในขณะที่พู่กันหัวรีจะไล่สีลงมาส่วนที่แคบกว่าและสามารถขยายเป็นบริเวณกว้างได้ พู่กันทรงรีนั้นไม่ควรที่จะซื้อมาแทนพู่กันแบนขน Sable และควรใช้ร่วมกับพู่กันแบน

Mop brush

mop_brush
พู่กัน Mop สร้างจากขนกระรอก มีขนาดใหญ่ ซึ่ง Kazan ให้ขนที่ดีที่สุด ส่วนกระรอกสีน้ำเงินเป็นอันดับรอง พู่กัน Mop เกรดต่ำกว่ามักจะใช้ขนม้าหรือขนอย่างอื่นที่ถูกกว่า ให้ฝีพู่กันที่หยาบกว่า พู่กัน mop ขนาดใหญ่สร้างได้ยาก และไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่เรามักจะเจอพู่กัน mop เกรดรองลงมาถูกเล็มขนด้วยกรรไกร ถ้าคุณกังวลในเรื่องการใช้งานเพนท์สี พู่กันที่ราคาถูกและคุณภาพต่ำกว่าเหล่านี้อาจจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม มันจำเป็นที่เราควรเลือกพู่กันที่ทำจากขนคุณภาพดีอย่างกระรอก Kazan การสังเกตเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากถ้าพู่กันประเภทนี้ถูกตัดขน ขนมันจะไม่สามารถรวบเป็นปลายแหลมได้ซึ่งมีผลต่อการควบคุมพู่กันที่ดี

มีพู่กัน mop ที่เรียงขนรอบๆ plug หรือที่ว่างเพื่อจะประหยัดขนที่ต้องใช้ในการสร้างพู่กันและทำให้หัวคมขึ้น ในขนาดพู่กันที่ใหญ่ขึ้นเราสามารถรู้สึกถึง plug นั้นได้โดยการกดนิ้วไประหว่างขนที่ใกล้ๆกับปลอกพู่กัน การลดปริมาณขนนั้นจะทำให้ลดความสามารถในการอุ้มน้ำ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ซีเรียสนักถ้าคุณต้องการปลายขนที่แหลมมากกว่าความสามารถในการดูดซับของเหลวของพู่กัน

พู่กันขนสังเคราะห์ VS พู่กันขนสัตว์

IMG_5828

 

1 – พู่กันขนสังเคราะห์

พู่กันขนสังเคราะห์ส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติกลางๆ ครับ ไม่ได้มีลักษณธอะไรพิเศษนัก
คือ การอุ้มน้ำ การสปริงตัว อายุการใช้งาน อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหมด
เน้นใช้งานได้หลากหลายมากกว่า
ซึ่งคุณภาพของมันมีตั้งแต่แย่ไปจนถึงดีขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้

จุดเด่นของพู่กันชนิดนี้ คือ ราคาย่อมเยาว์ครับ
แน่นอนว่าคุณภาพสู้พู่กันขนสัตว์ไม่ได้
แต่เรื่องหาซื้อง่าย และสะดวกสบาย พู่กันชนิดนี้ชนะขาดลอยครับ

ไม่ว่าจะเป็น B2S , สมใจ , สยามมาร์เก๊ตติ้ง
หรือแม้แต่ร้านเครื่องเขียนที่ไม่ได้ดังอะไรมากมาย
ก็ต้องมีขายพู่กันขนสังเคราะห์บ้างแหละ

เท่าที่ดูมาพู่กันยี่ห้อ Masterart ด้ามสีเขียว
จะอยู่ในเกณฑ์ที่โอเค และหาซื้อได้ง่ายที่สุดครับ
ถัดจากยี่ห้อนี้ขึ้นไปจะเป็น Seikai , Pyramid , Raphael , ฯลฯ

ส่วนเรื่องเทคนิคพู่กันชนิดนี้ส่วนใหญ่จะให้ลักษณะฝีแปรง
ที่คมกว่าพู่กันขนสัตว์ครับ

รวมทั้งบางคนก็มีเทคนิคการทำงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้พู่กันขนสัตว์
พู่กันขนสังเคราะห์จึงตอบโจทย์มากกว่า
ทั้งสะดวก และสบายกระเป๋าจึงเป็นที่นิยมของนักวาดหลายๆ คนครับ

 

IMG_5827

 

2 – พู่กันขนสัตว์

พู่กันชนิดนี้มีคุณสมบัติที่หลากหลายมากๆ
ขึ้นอยู่กับชนิดของขนสัตว์ที่นำมาใช้ทำพู่กัน ซึ่งขนสัตว์ที่นิยมนำใช้ทำพู่กันสีน้ำ คือ
ขนกระรอก (Squirrel) , ขนแพะ (Goat)  , ขนม้า (Pony) และขนเซเบอร์ (Kolinsky)
และพู่กันชนิดนี้มักใช้สำหรับการใช้งานที่ค่อนข้างเฉพาะทางครับ

ยกตัวอย่างเช่น รูปที่ผมแสดงเป็นพู่กันขนกระรอก
ซึ่งคุณสมบัติพิเศษของมัน คือ มันอุ้มน้ำได้เยอะมากๆ แต่ความสปริงตัวน้อยครับ
พูดง่ายๆ คือ เมื่อเทียบกับพู่กันขนสังเคราะห์ที่เราใช้ทั่วๆ ไป
พอเราเอาพู่กันจุ่มน้ำเหมือนกันพู่กันนี้จะเก็บน้ำได้เยอะกว่า
แต่จะไม่สปริงตัวเท่ากับพู่กันทั่วๆ ไปครับ
ซึ่งเหมาะสำหรับเทคนิคเปียกบนเปียกโดยเฉพาะนั่นเองครับ

อย่างที่รู้ๆ กันว่าพู่กันขนสัตว์เป็นพู่กันที่คุณภาพดีที่สุด
แต่ราคาก็แพงสุดๆ ด้วยเหมือนกัน
โดยเฉพาะพู่กันขน Kolinsky ที่บางอันมีราคาหลายพันบาท
ทำให้ต้องมีวิธีการเก็บรักษาและดูแลเอาใจใส่ให้กับพู่กันชนิดนี้เป็นพิเศษ

แต่ถ้าเราสามารถดูแลพู่กันชนิดนี้ ให้อยู่กับเราไปนานๆ ได้แล้วละก็
มันก็จะเป็นพู่กันที่ให้ความคุ้มค่ากับเราได้มากๆ เลยละครับ

 

นี่เป็นความแตกต่างระหว่างพู่กันขนสัตว์กับพู่กันขนสังเคราะห์ครับ
ซึ่งเอาจริงๆ ก็ไม่ได้มีกฏเกณฑ์ตายตัวว่ามือสมัครเล่นต้องใช้พู่กันขนสังเคราะห์
แล้วให้มืออาชีพใช้พู่กันขนสัตว์นะครับ

หลายครั้งเลยครับที่ผมไปงานเวิร์คชอปต่างๆ
แล้วเห็นนักวาดระดับศิลปินใหญ่ใช้พู่กันขนสังเคราะห์
หรือเห็นคนที่วาดเป็นงานอดิเรกแต่ใช้พู่กันขน Kolinsky ก็มี

มันขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ และความชอบความอยากลองของเราล้วนๆ

ผมแนะนำว่าให้เริ่มจากลองซื้อมาใช้ดูก่อนครับว่าพู่กันแต่ละแบบมันเป็นยังไง
ถ้าไม่ชอบก็เปลี่ยนไปใช้อันอื่น ถ้าชอบก็เก็บไว้ใช้ต่อ
ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วหาพู่กันที่เหมาะกับสไตล์ และเทคนิคของเรามาใช้
สิ่งนี้เป็นเทคนิคเล็กๆ ที่ทำให้งานของเราขึ้นไปอีกระดับนึงได้ง่ายๆ เลยละครับ

สังซื้อพู่กันราคาถูกสุดๆ ด่วนจำนวนจำกัด ได้ที่https://www.debavalya.co.th/งานศิลปะและงานฝีมือ/แปรงและพู่กันวาดภาพ 

 

 

 

 

ขอบคุณบทความดีๆ จาก: http://www.hhkint.com/knowledge/2/

http://www.tenbless.com/tools/watercolor-brush/

http://www.illustcourse.com/2014/02/19/watercolor-brush/

 

 




บทความเกี่ยวกับสินค้า

ของเล่นที่มากกว่าของเล่น
การติดเครื่องหมายอินทรธนูข้าราชการครู
การติดเครื่องหมายอินทรธนูข้าราชการพลเรือน
สลักชื่อฟรีเมื่อซื้อสมุด Angel Vine
ความรู้เกี่ยวกับเครื่องแบบพิธีการ (ชุดขาวข้าราชการ)
พัฒนาการด้าน EF คืออะไรทำไมถึงสำคัญกับลูก article
สีไม้ Color pencil
ประวัติของกระดาษ
Art Choice สีคุณภาพสำหรับงานศิลปะ
เทปกาวแต่ละชนิดใช้งานแตกต่างกันยังไง
ทำไมยังต้องใช้เครื่องตอกบัตร
เครื่องทำลายเอกสารมีประโยชน์อย่างไร
4 ประเภทการยึดเกาะ ของ เทปกาว
ประวัติปากกา Lamy article
ประวัติปากกา Parker article
Albedo 100 Reflective Spray
ทำไมปากกา Lamy ถึงครองใจหลายๆคน
ปากกา Online Germany
Titleist SM6 Wedge
หมวกข้าราชการไทย